สถานที่ท่องเที่ยวรัสเซียที่น่าสนใจ


สถานีรถไฟใต้ดิน ( Metro Station )


สถานีรถไฟใต้ดินกรุงมอสโคว (METRO) สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1931 โดยได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าเป็นสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งในแต่ละสถานีจะมีการตกแต่งที่แตกต่างกัน ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
สถานีรถไฟใต้ดินได้กลายเป็นหลุมหลบภัยที่ดีที่สุดเพราะมีโครงสร้างที่แข็งแรง รวมทั้งการก่อสร้างที่ขุดลงลึกไปถึงใต้ดินหลาย 10 เมตร และ บางสถานียังเป็นที่ บัญชาการระหว่างสงครามอีกด้วย
ในปัจจุบันรถไฟใต้ดินที่กรุงมอสโคว์มีถึง 11 สาย 156 สถานี ด้วยความยาวทั้งหมด 260 ก.ม.


วิหารปีเตอร์ แอนด์ ปอลด์ ( Peter-and-Paul-Fortress )


เริ่ม สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ 1712 และสร้างเสร็จในวันที่ 29 มิถุนายน ค.ศ. 1733
ตั้งชื่อวิหารแห่งนี้เพื่อเป็นเกียรติ์แด่ นักบุญปีเตอร์ และนักบุญปอลด์เพื่อ เป็นการเผยแพร่ศาสนา
ซึ่งวิหารแห่งนี้เป็นที่เก็บพระศพของราชวงศ์โร มานอฟ เริ่มต้นจากพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเป็นองค์แรก
จนกระทั่งถึง กษัตริย์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ที่เพิ่งนามาในปีค.ศ 1998 โดยการตรวจ DNA
ทราบว่าคือ พระเจ้านิโคลัส ที่ 2 และครอบครัวซึ่งประกอบด้วย พระเจ้านิโคลัสที่ 2
พระมเหสี อเล็กซานดรา และพระธิดา 3 พระองค์คือโอลก้า (Olga) ทาเทียนา (Tatiana)
และอนาสตาเซีย (Anastasia) ส่วนที่ไม่พบคือ มาเรีย (Maria) และรัชทายาทอเล็กเซย์ (Alekxey)
บริเวณโดยรอบมีโรงงานผลิตเหรียญและที่ขังคุกนักโทษทาง การเมือง


พระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟ หรือเปโตรควาเรสต์( PETERHOF )


ริมฝั่งทะเลบอลติคสร้างในปี ค.ศ.1705 ในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช ซึ่งพระองค์ใช้เป็นที่พักผ่อน
สำหรับล่าสัตว์ในฤดูร้อน โดยมีความประสงค์จะให้พระราชวังนี้มีความงดงามยิ่งกว่าพระราชวังแวร์ซาย์ส
ในฝรั่งเศสเพื่อแสดงออกถึงความเจริญรุ่งเรืองของรัสเซีย และเนื่องจากได้รวบรวมสถาปนิกและช่างฝีมือ
จากประเทศต่างๆ มากมาย สิ่งก่อสร้างและสถาปัตยกรรมที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาร็อค
และนีโอคลาสิค ที่ใช้ประดับประดาห้องหับต่างๆ เช่น ห้องบอลรูม ห้องท้องพระโรง ท่านจะตื่นตาตื่นใจกับ
ประติมากรรมนํ้าพุอันโดดเด่นอลังการด้วยทองเหลืองอร่าม และร่มรื่นลงตัวกับอุทยานพฤกษานานาพันธุ์


มหาวิหารเซนต์ไอแซค (SAINT ISAAC’S CATHEDRAL)


สร้างในปีค.ศ. 1712 โดยมีโดมทองเป็นเอกลักษณ์ ใน อดีตวิหารเซนต์ไอแซคเป็นเพียงโบสถ์ไม้ธรรมดา
ซึ่งต่อมาได้รับการ ปรับปรุงเป็นโบสถ์หิน และถูกสร้างใหม่อย่างงดงามในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1
ที่ปรารถนาจะให้วิหาร แห่งนี้เป็นวิหารที่มีความยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก พระองค์จึงทุ่มเททั้งกำลังคน
และกำลังทรัพย์อย่างมหาศาล เฉพาะยอดโดมใช้ทองคาแผ่นปิดหนักรวม 100 กิโลกรัม
ภายในวิหารประดับประดาด้วยหินอ่อน, และมาลาไคท์ หลากสี ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างยาวนานถึง 40 ปี
ปัจจุบัน วิหารนี้ ได้รับการยกย่องให้เป็นวิหารทรงโดมที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ที่งดงามที่สุดในโลก


ท่าเรือพาณิชย์โบราณ เรือรบหลวง ออโรร่า ( THE BATTLESHIP AURORA )


เรือรัสเซียนาวี ได้ชื่อ ว่าเป็นเรือรบที่เก่าแก่ที่สุดในรัสเซีย โดยเป็นเรือลาดตระเวนที่รับใช้ชาว
รัสเซียมายาวนาน ตั้งแต่ครั้งสงครามรัสเซียกับญี่ปุ่นในปี ค.ศ. 1904 - 1905
เคยร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 รวมถึงใช้ยิงปืนเป็น
สัญญาณการเข้ายึดพระราชวังฤดูหนาวที่เซ็นต์ปีเตอร์สเบิร์ก
ในการปฏิวัติสังคมนิยมที่นาโดยเลนิน เมื่อปี ค.ศ.1917และยังเป็นเรือที่โดยสารซาร์นิโคลัสที่ 2
พร้อมราชนิกุลคนอื่นๆ มายังพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 6 ในปี ค.ศ.1911
ปัจจุบันเรือออโรร่าได้ปลดประจำการ กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ลอยน้ำ


พระราชวังแคทเธอรีน กับฤดูร้อนแห่งความสุข Tsarskoye Selo


คำว่า Tsarskoye Selo(ซากอเย เซโล)ในภาษารัสเซียหมายถึง หมู่บ้านพระเจ้าซาร์ (Tsar's Village
สร้างในสมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราชเป็นพระราชวังหลวงอันสวยงาม และสวนแห่งความสุขความทรงจำ
ในปีค.ศ. 1708-1724 เป็นที่พักผ่อนในฤดูร้อนของพระมเหสีองค์โปรดคือ พระนางแคทเธอรีนที่ 1
ต่อมาก็ยกให้กับพระธิดาคือพระนางอลิสซาเบธในปี ค.ศ.1741 ได้ทำการตกแต่งพระราชวังให้
มีความหรูหรามากขึ้นโดยทำ การขยายพื้นที่ของสวนออกไปสถาปนิกผู้ออกแบบคือ
Bartolomeo Francesco Rastrelli


The Church of the Savior on Spilled Blood (โบสถ์หยดเลือด)


โบสถ์แห่งหยดเลือด สร้างให้เป็นเกียรติแด่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2
ผู้ประกาศเลิกทาส ด้วยความหวังดีต่อประชาชน ปรากฎว่าชาวรัสเซียไม่เข้าใจ
เพราะหลังเลิกทาส ชาวนากลับมีความเป็นอยู่ที่จนลง
เป็นผลให้พวกชาวนารวมตัวกันว่าแผนปลงพระชนม์
โดยส่งหญิงชาวนาผู้หนึ่งติดระเบิดพลีชีพวิ่งเข้ามาขณะพระองค์เสด็จผ่าน
ต่อมาบริเวณถนนที่เกิดเหตุนั้นถูกสร้างโบสถ์ครอบไว้
กลายเป็นโบสถ์หยดเลือดมาจนถึงทุกวันนี้
ปี พ.ศ. 2534 จึงเปลี่ยนชื่อกลับเป็นเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก


โบสถ์อัสสัมชัญ (ASSUMPTION)


วิหารหลวงที่เก่าแก่สำคัญและใหญ่ที่สุดในเครมลิน โดยสร้างทับลงบนโบสถใไม้เก่าที่มีมาก่อนแล้ว
ใช้ในการประกอบพิธีราชาภิเษก ชมป้อมปืนใหญ่, หอระฆังพระเจ้าอีวานและ
ชมระฆังยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก (หมายเหตุ: จากัดรอบเวลาในการเข้าชมเพียง
วันละ 4 รอบเท่านั้นคือ 10.00, 12.00, 14.30, 16.30 น.
ดังนั้นกรุณาตรงต่อเวลานัดหมายอย่างเคร่งครัด)


จัตุรัสแดง (RED SQUARE)


ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญตั้งอยู่กลางใจเมืองของมอสโคว์เป็นจัตุรัสที่สวยงามที่สุดในโลก
เป็นสถานที่เก็บศพเลนิน ศาสดาของประเทศสังคมนิยม สร้างด้วยหินแกรนิต และหินอ่อน
นับล้านชิ้นตอกลงบนพื้นจนกลายเป็นลานหินโมเสกเป็นพื้นที่ลานกว้าง ทางด้านหน้าจัตุรัสแดงนั้น
เป็นที่ตั้งของกิโลเมตรที่ศูนยใของรัสเซีย สังเกตุได้จากที่พื้นถนนจะมีสัญลักษณใเป็นวงกลม และ
ภายในวงกลมนี้เองก็จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปยืนกลางวงกลมนั้นและโยนเศษเหรียญข้ามไหล่ตัวเอง
ไปด้านหลังเพื่ออธิษฐานให้ได้กลับมาที่มอสโควอีกครั้ง ลานกว้างของจัตุรัสแดงนี้มีพื้นที่กว้าง 695 เมตร
ยาว 130 เมตร ทำหน้าที่เป็นสถานที่จัดงานสำคัญๆ ต่างๆ ของรัสเซียมาหลายยุคหลายสมัย
บริเวณจัตุรัสแดงยังประกอบไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ รายรอบอีกมากมายเช่น พระราชวังเครมลิน
พิพิธภัณฑใประวัติศาสตร์รัสเซีย


ตุ๊กตาแม่ลูกดก หรือ มาโตรชก้า (รัสเซีย: матрёшка; [mɐˈtrʲoʂkə])


เป็นตุ๊กตาของรัสเซียที่เรียงซ้อน ๆ กันหลายตัว ชื่อนี้แผลงมาจากชื่อสตรีภาษารัสเซีย ว่า "มาตรีโยนา"
หรืออาจจะถูกเรียกว่าตุ๊กตาคุณยาย ตุ๊กตาแม่ลูกดก ชุดหนึ่งประกอบด้วยตุ๊กตาไม้หลายตัวเรียงซ้อนกันอยู่
ข้างใน แต่ละตัวประกอบด้วยสองส่วน คือส่วนบนและส่วนล่าง นำมาประกบกันได้สนิทตามร่องที่เซาะเอาไว้
ตุ๊กตาทุกตัวมีโพรงข้างใน เว้นแต่ตัวสุดท้ายซึ่งมีขนาดเล็กสุด จะเป็นตุ๊กตาเต็มตัว ตัน ชิ้นเดียว
ตุ๊กตาแม่ลูกดกชุดหนึ่งจะมีตุ๊กตาซ้อนข้างในกี่ตัวก็ได้ ถ้ามีจำนวนมาก ตุ๊กตาตัวใหญ่สุดก็จะต้อง
มีขนาดใหญ่มากด้วย ตุ๊กตาทุกตัวจะมีรูปร่างเหมือนกันหมด คือ คล้ายกระบอก โป่งตรงกลาง ด้านบนโค้งมน
ส่วนฐานเรียบ ไม่มีมือหรือส่วนใดยื่นออกมา แต่จะใช้สีวาดเป็นหน้าเป็นตาหรือขาทั้งหมด
ให้ตุ๊กตาแต่ละตัวมีใบหน้าและเสื้อผ้าที่เหมือนกันด้วย ทั้งยังเคลือบเงาอย่างสวยงาม


พระราชวังเครมลิน (Kremlin)


สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1147 โดยมกุฎราชกุมารแห่งนครเคียฟ เจ้าชายยูริ โดลโกรูกี
มีรับสั่งให้สร้างเพื่อใช้ป้องกันศัตรู ในอดีตเป็นเพียงป้อมปราการไม้ธรรมดา
ที่เป็นเหมือนหัวใจของกรุงมอสโคว ตามความเชื่อของชาวรัสเซียเครมลินคือ
ที่สถิตยใของพระเจ้า ปัจจุบันพระราชวังเครมลินเป็นพิพิธภัณฑ์
และที่ตั้งสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น สภาคองเกรส วิหารต่างๆ
หอระฆังของอีวานมหาราชและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ อีกมากมาย


พระราชวังฤดูหนาว HERMITAGE MUSEUM


ชมภายในพระราชวัง ที่ประกอบด้วยห้องต่างๆ มากกว่า 1,050 ห้อง
ณ สถานที่แห่งนี้เคยใช้เป็นที่รับรองการเสด็จเยือนรัสเซียของรัชกาลที่ 5 ของไทย
ในการเจริญสัมพันธไมตรีไทย / รัสเซีย
พร้อมทั้งทรงร่วม ฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ของรัสเซียอีกด้วย


พิพิธภัณฑ์อาร์เมอร์รี่แชมเบอร์ (KREMLIN ARMOURY CHAMBER)


ที่อยู่ในบริเวณพระราชวังเครมลิน พิพิธภัณฑ์นี้เป็นสถานที่เก็บสมบัติลํ้าค่ากว่า 4,000 ชิ้น
เช่น ศาสตราวุธต่างๆ เครื่องป้องกันตัว หมวก เสื้อเกราะที่ใช้รบในสมรภูมิ เครื่อง เงิน ทอง
เพชรพลอยเครื่องทรงของกษัติย์พระเจ้าซาร์และซารีน่าซึ่งหาดูได้ยากยิ่ง


มหาวิหารเซนต์บาซิล (ST. BASIL’S CATHEDRAL)


หนึ่งสถาปัตยกรรมที่กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของกรุงมอสโคว์ ด้วยรูปทรงที่มีลักษณะเป็นโดมรูปหัวหอม
สีสันสดใส ตั้ง ตระหง่านสง่างาม ขนาบข้างด้วยกำแพงเครมลิน สร้างขึ้นโดยพระเจ้าอีวานที่ 4
(Ivan the Terrible) เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานในการรบชนะเหนือกองทัพของมองโกลที่เมืองคาซาน
ในปี พ.ศ. 2095 หลังจากถูกปกครองกดขี่มานานหลายร้อยปี ออกแบบโดยสถาปนิก ปอสนิก ยาคอฟเลฟ
(Postnik Yakovlev) และด้วยความงดงามของสถาปัตยกรรมจึงทำให้มีเรื่องเล่าสืบต่อกันว่า
พระเจ้าอีวานที่ 4 ทรงพอพระทัยในความงดงามของมหาวิหารแห่งนี้มากจึงมีคำสั่งให้ปูนบำเหน็จแก่
สถาปนิกผู้ออกแบบด้วยการควักดวงตาทั้งสอง เพื่อไม่ให้สถาปนิกผู้นั้นสามารถสร้างสิ่งที่สวยงามกว่านี้ได้อีก
การกระทำในครั้งนั้นของพระเจ้าอีวานที่ 4 จึงเป็นที่มาของสมญานามอีวานมหาโหด


ยอดเขาสแปร์โรว์ฮิล หรือเลนินฮิลส์ (SPARROW HILLS)


หรือเนินเขานกกระจอก เป็นบริเวณที่มองเห็นทัศนียภาพ ของนครมอสโคว์ที่อยู่เบื้องล่างได้โดยทั้งหมด
จึงทำให้เลนินผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในอดีต เลือกเนินเขานกกระจอกแห่งนี้เป็นที่ตั้งบ้านพักของตน
ปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมอสโคว์ และเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดในมอสโคว์
ที่คู่รักนิยมมาถ่ายภาพแต่งงาน รวมถึงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจเป็นพิเศษใน
การชมบรรยากาศของมอสโคว์


วิหารเซ็นต์ เดอซาร์เวียร์ (THE CATHEDRAL OF CHRIST OUR SAVIOUR)


สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1839 ในสมัยพระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 1 เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะและ
แสดงกตัญญุตาแด่พระเป็นเจ้าที่ทรงช่วยปกป้องรัสเซียให้รอดพ้นจากสงครามนโปเลียน
โดยใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 45 ปี แต่ต่อมาในปี ค.ศ.1990 สตาลินผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น
ได้สั่งให้ทุบโบสถ์ทิ้งเพื่อดัดแปลงเป็นสระว่ายนํ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลกจนเมื่อปี ค.ศ.1994
ประธานาธิบดี บอริส เยลซิน ได้อนุมัติให้มีการก่อสร้างวิหารขึ้นมาใหม่ด้วยเงินบริจาคของคนทั้งประเทศ
ซึ่งจำลองของเดิมได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ วิหารนี้จึงกลับมายืนหยัดที่เดิมอีกครั้งโดยสร้างเสร็จสมบูรณ์
และทำพิธีเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ.2000
ปัจจุบันวิหารนี้ใช้ในการประกอบพิธีกรรมสำคัญระดับชาติของรัสเซีย


สุสานเลนิน lenin mausoleum


วลาดิมีร์ เลนิน (Vladimir Lenin) มีชื่อเต็มว่า วลาดิมีร์ อิลลิช เลนิน
(เกิด 22 เมษายน พ.ศ. 2413 - 21 มกราคม พ.ศ. 2466 (ค.ศ. 1924))
ผู้นำนักปฏิวัติมาร์กซิส คนแรกของสหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตที่สถาปนาเมื่อ พ.ศ. 2465
หัวหน้าพรรคบอลเชวิก นายกรัฐมนตรีคนแรกและเป็นเจ้าของแนวคิดส่วนใหญ่ในลัทธิเลนิน
เนื่องจากเข้าขบวนการปฏิวัติใต้ดิน หลังการปฏิวัติเลนินได้เป็นหัวหน้าพรรค “บอลเชวิค” (Bolshevik)
ที่ทำการปฏิวัติล้มล้างระบบกษัตริย์ของรัสเซียในปี พ.ศ. 2460
และตั้งตนเป็นผู้นำประเทศและรีบทำการเจรจาสงบศึกกับฝ่ายเยอรมันในสงครามโลกครั้งที่ 1
เพื่อทุ่มกำลังปราบปรามฝ่ายต่อต้านในสงครามกลางเมืองของรัสเซียที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. 2461-2464
เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนั้นได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นเมือง "เลนินกราด" เพื่อเป็นเกียรติแก่เลนิน
เมืองนี้ยังคงชื่อเลนินกราดไว้จนกระทั่งการล่มสลายของสหภาพโซเวียตใน
ปี พ.ศ. 2534 จึงเปลี่ยนชื่อกลับเป็นเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก


ซีร์เกเยฟ ปาสาด (ซากอร์ส) Sergiyev Posad (Zagorsk)


ซีร์เกเยฟ ปาสาด (ซากอร์ส) Sergiyev Posad (Zagorsk) เมืองแห่งรัสเชียนออธอดอกซ์
ศูนย์รวมแห่งศรัทธาของชาวรัสเซีย ร่วมตามรอยปาฏิหารย์ของท่านซีร์เกย์ ราดาเนส (Sergey Rodonezh)
- อารามแห่งเซนต์เซอร์เจียส (Trinity Lavra of St.Sergius)
- ตลาดพื้นเมือง (Local Market


ตลาดอิสมายลอฟ (Izmailovsky Souvenir Market)


กล่าวถึงของหมู่บ้าน Izmailovo สามารถพบได้ในประวัติย้อนไกลกลับเป็นศตวรรษที่ 14
เป็นชื่อของครอบครัวครอบครัวหนึงในเวลานั้น ที่นี่เป็น ศูนย์รวมขายของที่ระลึกของรัสเซีย
ที่คนไทยชื่นชอบเป็นอย่างมาก ราคาต่อรองได้ รูปวาด ตุ๊กตาแม่ลูกดก ถูกกว่าที่เที่ยวอื่นๆทุกที่
เป็นซุ้มเหมือนตลาดนัด สนุกมากช๊อปที่นี่


ถนนอารบัต ( Arabat Streen - New & Old )


ชื่อถนนนี้ปรากฏมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 15 ในอดีตเป็นที่อยู่ของชนชั้นขุนนาง
และศิลปินที่มีผู้อุปถัมภ์ ต่อมาในสมัยสหภาพโซเวียต ถนนอารบัตเป็นย่านที่พัก
ของสมาชิกระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ ปัจจุบัน ถนนอารบัต กลายเป็นถนนคนเดิน
ที่มีชื่อเสียงที่สุดในรัสเซีย เป็นแหล่งของศิลปิน จิตรกร ร้านขายของที่ระลึก ร้านกาแฟ ศูนย์วัฒนธรรม และโรงละคร เป็นต้น


ละครสัตว์ (Russian Circus)


ละครสัตว์รัสเซียมีชื่อเสียงมากตั้งแต่สมัยก่อน ในประเทศไทยก็เคยมีคณะละครสัตว์จากรัสเซียมาแสดง การแสดง ละครสัตว์ได้รับความสนใจจากผู้ชมมากมาย ด้วยเพราะความมหัศจรรย์ของนักแสดงและ ความสามารถของผู้กำกับ ทำให้คณะละครสัตว์ของรัสเซียได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ นอกจากความน่าสนใจในการแสดงน่าหวาดเสียวแล้ว อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผู้ชมแม้กระทั่งชาวรัสเซีย ให้ความสนใจ คือ การแสดงของนักแสดงนานาชาติที่ถูกรวบรวมไว้ที่นี่ การแสดงมีหลายชุด โดยที่จะเน้นกายกรรมมากกว่าการแสดงโชว์ของสัตว์ ซึ่งกายกรรมของเขานี่เจ๋งจริงๆ


สวนสาธารณะ เวเดนฮาVadenha และ พิพิธภัณฑ์อวกาศ (Museum of Astronautics)


อยู่ทางทิศเหนือของสถานีรถไฟใต้ดิน ВДНХ ( เวเดนฮา - Vedenkha ) ใกล้ๆโรงแรมคอสมอส พิพิธภัณฑ์อวกาศ น่าสนใจมาก และ ในบริเวณจ่อจากพิพิธภัณฑ์ คือสวนสาธารณะ เวเดนฮา ที่มี กลุ่มอาคาร สถาปัตยกรรมสัญชาติต่างๆ ใน สมัยที่เป็นสหภาพโซเวีด มากมาย ที่ น่าเดินเที่ยวและยังมีสวนสนุกพื้นถิ่นคล้ายๆ ดรีมเวิล์ด ไม่ใหญ่มากแต่ก็สนุกได้ไม่แพ้กัน บางครังมี นิทรรศการอื่นๆ มีอาหารพื้นเมือง หรือ อื่นๆ ตามเทศกาลอีกด้วย น่าเที่ยวที่นึงที่ท่านจะไม่ได้พบนักท่องเที่ยว ต่างชาติ มากนัก เพราะบริษัททัวร์มักไม่ค่อยพาไป

© 2015 DUGOAL HOLIDAYS. ALL RIGHT RESERVED.